
บริษัทฯ จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2559 ด้วยทุนจดทะเบียน 1.00 ล้านบาท โดยนางสาวณิชา โรจน์วัฒนา และนายสุริยา วงศ์สิทธิชัยกุล ซึ่งเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ด้านการเป็นนายหน้าขายอสังหาริมทรัพย์มาเป็นเวลานาน โดยก่อนการจัดตั้งบริษัทฯ ทั้งสองท่านประกอบธุรกิจเป็นนายหน้าขายอสังหาริมทรัพย์ในนามส่วนตัวให้แก่โครงการต่างๆ ด้วยความสามารถในการปิดการขาย และการให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ทั้งสองท่านเป็นที่รู้จักในกลุ่มเจ้าของโครงการ และกลุ่มนายหน้าขายอสังหาริมทรัพย์รายอื่นๆ ที่อยู่ในอุตสาหกรรม ซึ่งเห็นโอกาสในการเติบโตของธุรกิจนายหน้าขายอสังหาริมทรัพย์ จึงได้ก่อตั้งบริษัทฯ เพื่อประกอบธุรกิจนายหน้าขายอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยแก่เจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ เช่น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด บ้านทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม เป็นต้น บริษัทฯ มีเป้าหมายในการเป็นผู้นำด้านการเป็นนายหน้าขายอสังหาริมทรัพย์ ด้วยกลยุทธ์การเป็นศูนย์รวมเครือข่ายนายหน้าขายทรัพย์ทั่วประเทศ และการทำการตลาดแบบเชิงรุก บริษัทฯ เปิดสำนักงานขาย/ออกบูธตามงานมหกรรมบ้านและคอนโด และห้างสรรพสินค้าต่างๆ เพื่อสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยได้อย่างทั่วถึง และทำให้บริษัทฯ เป็นที่รู้จักในกลุ่มนายหน้าอิสระมากยิ่งขึ้น
ต่อมาในปี 2560 บริษัทฯ ได้เล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจในการให้บริการแก่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะขนาดกลางและขนาดเล็กซึ่งมีโครงการที่มีศักยภาพ ตั้งอยู่ในทำเลที่ดี แต่ยังขาดทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านการขายและการตลาดที่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย ทำให้มีอสังหาริมทรัพย์คงค้างรอการขายสะสมจำนวนมาก (Cumulative Unsold Units) บริษัทฯ จึงเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจจากนายหน้าขายอสังหาริมทรัพย์ทั่วไปเป็นที่ปรึกษาการงานขายโครงการ (BU1) โดยเป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดและการขายอสังหาริมทรัพย์แก่เจ้าของโครงการ เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยมีกลยุทธ์การทำการตลาดผ่านทางเครือข่ายนายหน้าอิสระ ทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างครอบคลุมและใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น และด้วยความยืดหยุ่นในการปรับกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ ให้เหมาะสมต่อความต้องการของผู้ที่ซื้อที่อยู่อาศัย ทำให้สามารถปิดการขายได้อย่างรวดเร็ว
ในปี 2564 จากสภาวะเศรษฐกิจซบเซาของตลาดที่อยู่อาศัย ผลกระทบการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และปัจจัยปัญหาการปฏิเสธสินเชื่อของสถาบันการเงิน (Rejection Rate) ทำให้ผู้ประกอบการหาวิธีต่างๆ เพื่อสร้างยอดขายหรือการโอนกรรมสิทธิ์ให้ได้มากที่สุด จนเกิดการแข่งขันในภาคอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะในตลาดที่อยู่อาศัย ทั้งด้านราคาและกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ ส่งผลให้เจ้าของโครงการขนาดกลางและขนาดเล็กซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของบริษัทฯ ถูกกดดันด้วยการแข่งขันด้านราคา มียอดขายลดลง และไม่สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการขนาดใหญ่ได้ บริษัทฯ จึงได้รับความไว้วางใจให้บริการที่ปรึกษางานขายโครงการ (BU1) แก่กลุ่มลูกค้าดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ต่อมาบริษัทฯ เริ่มขยายไปสู่การให้บริการบริหารงานขายโครงการ (BU2) ซึ่งเป็นการให้บริการในลักษณะเดียวกันกับที่ปรึกษางานขายโครงการ (BU1) แต่เพิ่มเงื่อนไขการรับประกันการขายเพื่อสร้างความมั่นใจแก่เจ้าของโครงการ
ในปี 2565 บริษัทฯ ได้เริ่มธุรกิจการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ (BU3) โดยเข้าซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่มีสภาพดี เพื่อนำมาปรับปรุงก่อนออกจำหน่าย
ปี
พัฒนาการที่สำคัญ
2559
• จัดตั้งบริษัทฯ ภายใต้ชื่อ บริษัท เอ็มเอ็ม แอดไวเซอรี่ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท เพื่อประกอบธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์
2560
• ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2560 เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2560 มีมติอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียน จำนวน 8,000,000 บาท รวมเป็นทุนจดทะเบียนจำนวนทั้งสิ้น 9,000,000 บาท
• บริษัทฯ เล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจจึงเริ่มให้บริการที่ปรึกษางานขายโครงการ (BU1) เพื่อให้คำปรึกษาด้านการขายและการตลาดแก่เจ้าของโครงการเพื่อให้เจ้าของโครงการสามารถปิดการขายโครงการได้สำเร็จ และขายผ่านทางนายหน้าอิสระ
2562
• ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/2562 เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2562 มีมติอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียน จำนวน 1,000,000 บาท รวมเป็นทุนจดทะเบียนจำนวนทั้งสิ้น 10,000,000 บาท
2564
• ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2564 เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2564 มีมติเปลี่ยนแปลงชื่อเป็น บริษัท เอ็มเอ็ม แคปปิตอล แอนด์ ลีสซิ่ง จำกัด โดยจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2564
• บริษัทฯ เห็นโอกาสในการทำธุรกิจ จึงเริ่มให้บริการบริหารงานขายโครงการ (BU2) โดยการให้คำปรึกษาด้านการตลาดและได้รับแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนขายแต่เพียงผู้เดียว พร้อมทั้งมีเงื่อนไขในรับประกันการขาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่เจ้าของโครงการและเพิ่มโอกาสในการทำกำไรได้มากขึ้น
2565
• บริษัทฯ ให้บริการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ (BU3) โดยบริษัทฯ เข้าซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่มีศักยภาพ เพื่อนำมาปรับปรุงเพื่อจำหน่าย
• ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/2565 เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2565 มีมติอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียน จำนวน 10,000,000 บาท รวมเป็นทุนจดทะเบียนจำนวนทั้งสิ้น 20,000,000 บาท
2566
• ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2566 เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2566 และที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2565 เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2566 มีมติอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียน จำนวน 80,000,000 บาท รวมเป็นทุนจดทะเบียนจำนวนทั้งสิ้น 100,000,000 บาท
• ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 5/2566 เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2566 และที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 3/2566 เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2566 มีมติเปลี่ยนแปลงชื่อเป็น บริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล จำกัด โดยจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2566
• ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 8/2566 เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2566 และที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 4/2566 เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2566 มีมติอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียน จำนวน 15,000,000 บาท รวมเป็นทุนจดทะเบียนจำนวนทั้งสิ้น 115,000,000 บาท
• ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 9/2566 เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2566 และที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 5/2566 เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2566 ได้มีมติอนุมัติให้
- แปรสภาพจากบริษัทจำกัดเป็นบริษัทมหาชนจำกัด และได้จดทะเบียนแปรสภาพ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2566
- เปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นสามัญจากเดิมมูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท เป็นมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท
- เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 115,000,000 บาท เป็น 118,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 3,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (Initial Public Offering: IPO) โดยมีมูลค่าเสนอขาย IPO รวม 25,500,000 บาท และเข้าจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กเช้นจ์ (LiVE Exchange: LiVEx)
• เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2566 เข้าจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กเช้นจ์ (LiVEx) โดยใช้ชื่อย่อหลักทรัพย์ว่า “MMM23”
2567
• ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2567 เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 และที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2567 เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2567 ได้มีมติอนุมัติให้
- เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 118,000,000 บาท เป็น 123,900,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 5,900,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท เพื่อรองรับการจ่ายหุ้นปันผล
• ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 5/2567 เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 และที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2567 เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2567 ได้มีมติอนุมัติให้
- เปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นสามัญจากเดิมมูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท เป็นมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท
- เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 123,900,000 บาท เป็น 150,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 52,200,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท เพื่อรองรับการเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไป (Public Offering) ในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ
• ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 8/2567 เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2567 และที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2567 เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2567 ได้มีมติอนุมัติให้
- กำหนดวัตถุประสงค์การใช้เงินเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไป (Public Offering) ตามที่ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2567 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2567 ได้มีมติอนุมัติออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 52,200,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท เพื่อรองรับการเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไป (Public Offering) ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ
• บริษัทฯ เริ่มให้บริการการบริหารงานขายแบบวางหลักประกันการซื้อ (Hybrid) ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2567
2568
• เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เข้าจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ โดยใช้ชื่อย่อหลักทรัพย์ว่า “MMM” และมีมูลค่าเสนอขายรวม 287,100,000 บาท
ข่าวสารและกิจกรรม